วันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

                                                         

จัดทำโดย Wanalee Sodsee 

  http://youtu.be/yGxUuX0LqKo



การติดตั้งโปรแกรม KASPERSKY Version 2011


วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

          คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security (((ครั้งที่ 5 )))

            1. Denial of Service หมายถึงการถูกโจมตีหรือถูกส่งคาร้องขอต่าง ๆ จากเครื่องปลายทางจานวนมากในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งทาให้เครื่องแม่ข่าย(Server)ที่เปิดให้บริการต่าง ๆ ไม่สามารถให้บริการได้
2. Private key คือ กุญแจส่วนตัว ซึ่งใช้ถอดรหัสข้อมูล ( Decryption เนื่องจากความต้องการที่จะรักษาข้อมูลให้เป็นความลับ จึงต้องมีการแปลงข้อมูลโดยการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption ) เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นสามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ โดยให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาต สามารถอ่านเข้าใจได้เท่านั้น 
3.Public key คือ การเข้ารหัสและถอดรหัสโดยใช้กุญแจรหัสคนละตัวกัน การส่งจะมีกุญแจรหัสตัวหนึ่งในการเข้ารหัส และผู้รับก็จะมีกุญแจรหัสอีกตัวหนึ่งเพื่อใช้ในการถอดรหัส ผู้ใช้รายหนึ่งๆจึงมีกุญแจรหัส ค่าเสมอคือ กุญแจสาธารณะ (public key)และ กุญแจส่วนตัว (private key) ผู้ใช้จะประกาศให้ผู้อื่นทราบถึงกุญแจสาธารณะของตนเองเพื่อให้นำไปใช้ในการเข้ารหัสและส่งข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วมาให้ ข้อมูลที่เข้ารหัสดังกล่าวจะถูกถอดออกได้โดยกุญแจส่วนตัวเท่านั้น
4. Encryption คือ  การเข้ารหัส หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับ ไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านได้ โดยบุคคลอื่น แต่ให้ถูกอ่านได้โดยบุคคลที่เราต้องการให้อ่านได้เท่านั้น โดยการนำเอาข้อความเดิมที่สามารถอ่านได้ (Plain text,Clear Text) มาทำการเข้ารหัสก่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อความเดิมให้ไปเป็นข้อความที่เราเข้ารหัส (Ciphertext) ก่อนที่จะส่งต่อไปให้บุคคลที่เราต้องการที่จะติดต่อด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถที่จะแอบอ่านข้อความที่ส่งมาโดยที่ข้อ ความที่เราเข้ารหัสแล้วซึ่งทำได้โดยใช้โปรแกรม
5. Decryption คือ การถอดรหัสข้อมูล อย่างข้อมูลที่ถูกใส่รหัสไว้ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถอ่านได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาถอดรหัส เพื่อให้สามารถอ่านได้
6. PKI คือ ระบบป้องกันข้อมูลวนการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนท PKIจะใช้กุญแจคู่ (Key pairs) ในการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลโดย กุญแจนี้ประกอบด้วย กุญแจส่วนตัว (Private Key) และกุญแจสาธารณะ (Public Key)
7. Non-Repudiation คือ วิธีการสื่อสารซึ่งผู้ส่งข้อมูลได้รับหลักฐานว่าได้มีการส่งข้อมูลแล้วและผู้รับก็ได้รับการยืนยันว่าผู้ส่งเป็นใคร ดังนั้นในภายหน้าทั้งผู้ส่งและผู้รับจะไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว
8. Cryptography หรือ ระบบการรหัส หมายถึง ระบบที่ผู้ส่งข้อความเข้ารหัส (Encrypt) เปลี่ยนแปลงข้อมูล จากข้อความปกติ (Plain Text) ไปเป็นข้อความที่เข้ารหัส (Cipher text) หลังจากนั้นจึงส่งข้อความไปให้ผู้รับ ทางผู้รับจะถอดรหัสข้อมูล (Decrypt)เพื่อให้ได้ข้อความปกติเหมือนดังที่ส่งมา วัตถุประสงค์ของ Cryptography ก็เพื่อที่จะปกปิดข้อมูลให้เป็นความลับในระหว่างที่ส่งข้อมูล โดยแม้จะมีผู้แอบลักลอบดูข้อมูลก็ไม่สามารถอ่านข้อความนั้นๆ ได้ เนื่องจากได้เป็นข้อมูลที่อ่านไม่ออกเพราะไม่สามารถถอดรหัสให้อ่านออกได้
9. Digital Signatures หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กลุ่มของตัวเลขกลุ่มหนึ่งซึ่งแสดงความมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่ง (กลุ่มตัวเลขนี้จะมีเลขที่ไม่ซ้ำกับใครเลย) ซึ่งจะใช้ในการแนบติดไปกับเอกสารใดๆ ก็ตามในรูปแบบของไฟล์ เจตนาก็เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่ในไฟล์นั้นๆ ทำนองเดียวกับการลงลายมือชื่อด้วยหมึกลงบนกระดาษ เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่บนกระดาษนั่นเอง
10. Key pair หรือคู่กุญแจ หมายถึง ระบบการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล โดยผู้ส่งและผู้รับจะมีกุญแจคนละดอกที่ไม่เหมือนกัน ผู้ส่งใช้กุญแจดอกหนึ่งในการเข้ารหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจสาธารณะ (Public key) ส่วนผู้รับใช้กุญแจอีกดอกหนึ่งในการถอดรหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจส่วนตัว (Private Key) ซึ่งระบบกุญแจคู่นี้เองเป็นระบบกุญแจพื้นฐานที่นำมาประยุกต์ใช้กับระบบ PKI

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security (((ครั้งที่ 4 )))
1. hashing เป็นการปรับแปลงข้อความของตัวอักษรเป็นค่าความยาวตายตัวสั้นกว่าหรือคีย์ที่นำเสนอข้อความดั้งเดิม hashing ได้รับการใช้เป็นดัชนี และรายการที่ดึงออกมาจากฐานข้อมูล เพราะเร็วกว่าในการค้นหารายการด้วยการใช้คีย์แฮชสั้นกว่าการค้นหาด้วยการใช้ค่าดั้งเดิม รวมถึงการใช้อัลกอริทึมเข้ารหัส
2. kernel เป็นศูนย์กลางที่สำหรับของระบบปฏิบัติการ เป็นแกน (Core) ในการให้บริการพื้นฐานของทุกส่วนของระบบปฏิบัติการ Kernel มีลักษณะตรงกันข้ามกับ Shell ซึ่งเป็นส่วนนอกของระบบปฏิบัติการ ที่ทำหน้าที่ตอบสนองคำสั่งของผู้ใช้ kernel และ Shell เป็นคำที่ใช้มากในระบบ UNIX และระบบปฏิบัติการบางระบบในเครื่องเมนเฟรมของ IBM
3. Administrative Security การบริหารเรื่องความปลอดภัยข้อกำหนดทางการจัดการและสิ่งควบคุมเสริมต่างๆที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้การป้องกันข้อมูลอยู่ในระดับที่ยอมรับได้
4. Voyeur ผู้โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อความตื่นเต้นเมื่อตนได้ซึ่งข้อมูล

5. Vandals ผู้โจมตีที่โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดความเสียหาย

6. Tiger เครื่องมือ Software ที่ Scan หาจุดอ่อนระบบ

7. Spies สายลับ ผู้โจมตีที่โจมตีคอมพิวเตอร์เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

8. Integrity ในคำศัพท์ของความปลอดภัยข้อมูลและเครือข่าย Integrity เป็นการประกันว่าสารสนเทศสามารถได้รับการถึงหรือปรับปรุงโดยผู้ได้รับอำนาจเท่านั้น มาตรการให้สร้างความมั่นใจ

9. hard disk drive ในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล hard disk drive (HDD) เป็นกลไกที่ควบคุมตำแหน่ง การอ่าน และการเขียนของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งที่จัดเก็บข้อมูลใหญ่ที่สุดของเครื่องคอมพิวเตอร์
10. Internet Service Provider (ISP) เป็นบริษัท ที่ให้เอกชน และบริษัทเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และบริการอื่นทีเกี่ยวข้อง เช่น การสร้าง web site และ virtual hosting โดย ISP มีอุปกรณ์และสายการสื่อสาร ที่เข้าถึงโดยต้องการ Point-of-Presence (POP) บนอินเตอร์เน็ต สำหรับการให้บริการ ตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ISP ขนาดใหญ่มีสาย leased line ความเร็วสูงของตัวเอง เพื่อทำให้ลดการขึ้นต่อผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม และสามารถให้บริการที่ดีกว่าสำหรับลูกค้า



คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security (((ครั้งที่ 3)))


1.https หรือ Hypertext Transfer Protocol Security คือ ระบบความปลอดภัยของ HTTP protocol สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่อง server และ client ที่คิดค้นขึ้นโดยบริษัท Netscape เมื่อปลายปี ค.ศ. 1994 โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาความลับของข้อมูลขณะรับ-ส่ง และเพื่อให้แน่ใจว่า ข้อมูลนั้นถูกรับ-ส่งระหว่างผู้รับและผู้ส่งตามที่ระบุไว้จริง โดยที่ข้อมูลจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปจากเดิมด้วย HTTPS จะทำงานอยู่บนพอร์ต 443 (ค่าปกติ) ด้วยการเพิ่มข้อมูลในส่วนการระบุตัวผู้ส่ง (Authentication) และการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ภายใน HTTP กับ TCP
2.httpย่อมาจาก Hyper Text Transfer Protocolเป็นโปรโตคอลสื่อสารที่ทำงานอยู่บนระบบโปรโตคอล TCP HTTP ใช้ในระบบเครือข่ายใยแมงมุม (World Wide Web)ทำหน้าที่ในการจำหน่าย,แจกจ่าย รวมไปถึงการรับข้อมูล จากระบบสื่อกลางชั้นสูง (Hypermedia System) ที่ประกอบด้วยเครื่องให้บริการ (Server) ที่มีอยู่มากมายทั่วโลก

3.Spam คือ Email ที่เป็นขยะที่เราไม่ต้องการ โดยส่งมาจาก Email ที่เราไม่รู้จักซึ่งจะทำให้เราเสียพื้นที่เก็บข้อมูลของเราไปโดยเปล่าประโยชน์ จุดประสงค์ของ Email Spam นั้นผู้ส่งส่วนใหญ่ต้องการโฆษณาบริการต่างๆที่ตัวเองมี

4.Cracker คือ ผู้ที่หาทางเจาะเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ต่างๆโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจจะเพื่อความสนุก หรือเพื่อการโจรกรรมและทำลายข้อมูลเป็นคำที่ใช้แทนคำว่า แฮกเกอร์ เพื่อให้คำว่าแฮกเกอร์ยังคงความหมายเดิมว่าเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญด้านโปรแกรมและแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ได้เก่ง

5.Firewall คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับป้องกันระบบ Network (เครือข่าย) จากการสื่อสารทั่วไปที่ถูกบุกรุก จากผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นเรื่องเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยในระบบ Network หรือระบบเครือข่าย การป้องกันโดยใช้ระบบ Firewall นี้จะเป็นการกำหนดกฏเกณฑ์ในการควบคุมการเข้า-ออก หรือการควบคุมการรับ-ส่งข้อมูล ในระบบเครือข่าย

6. MAC Address หมายเลขเฉพาะที่ใช้อ้างถึงอุปกรณ์ที่ต่อกับระบบเครือข่าย หมายเลขนี้จะมากับอินเทอร์เน็ตการ์ด โดยแต่ละการ์ดจะมีหมายเลขที่ไม่ซ้ำกัน ตัวเลขจะอยู่ในรูปของ เลขฐาน ๑๖ จำนวน ๖ คู่ ตัวเลขเหล่านี้จะมีประโยชน์ไว้ใช้สำหรับการส่งผ่านข้อมูลไปยังต้นทางและปลายทางได้อย่างถูกต้อง

7. VPN เครือข่ายคอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างขึ้นมาเป็นของส่วนตัว โดยในการรับส่งข้อมูลจริงจะทำโดยการเข้ารหัสเฉพาะแล้วรับ-ส่งผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้บุคคลอื่นไม่สามารถอ่านได้ และมองไม่เห็นข้อมูลนั้นไปจนถึงปลายทาง

8. WEP (Wired Equivalent Privacy)  ระบบการเข้ารหัสเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในเครือข่ายไร้สายโดยอาศัยชุดตัวเลขมาใช้เข้ารหัสข้อมูล ดังนั้นทุกเครื่องในเครือข่ายที่รับส่งข้อมูลถึงกันจึงต้องรู้ค่าชุดตัวเลขนี้
 
9. Network Access Control (NAC)เป็นวิธีการหนึ่งทางด้านความปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพื่อรวมเอา เทคโนโลยีทางด้านความปลอดภัย (เช่น แอนตี้ไวรัส host intrusion prevention และ vulnerability assessment)ผู้ใช้หรือระบบพิสูจน์ตัวตน และการบังคับใช้การรักษาความปลอดภัยทางเครือข่ายเข้าด้วยกัน (Policy) Network Access Control (NAC) เป็นวิธีการหนึ่งทางด้านความปลอดภัยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้เพื่อรวมเอาเทคโนโลยีทางด้านความปลอดภัย (เช่น แอนตี้ไวรัส host intrusion prevention และ vulnerability assessment) ผู้ใช้หรือระบบพิสูจน์ตัว และการบังคับใช้การรักษาความปลอดภัยทางเครือข่ายเข้าด้วยกัน

10. SSID (Service Set Identifier) บริการที่ระบุชื่อของเครือข่ายไร้สายแต่ละเครือข่ายที่ไม่ซ้ำกัน โดยที่ทุกๆ เครื่องในระบบต้องตั้งค่า SSID ค่าเดียวกัน
 
คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security (((ครั้งที่ 2)))
1. Firewall คือ ระบบหรือกลุ่มของระบบที่บังคับใช้นโยบายการควบคุมการเข้าถึงระหว่าง เครือข่ายภายในกับภายนอก คือ เป็นระบบที่เอาไว้ป้องกันอันตรายจาก Internet หรือ Network ภายนอก
2. Phishing คือ เป็นเทคนิคการทำ social engineer โดยใช้อีเมลล์เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมทางการเงินบนอินเตอร์เน็ตเช่น บัตรเครดิตหรือพวก online bank account
3. IP spoofing คือ เป็น หนึ่งในวิธีการโดยทั่วไปที่ใช้เพื่อโจมตีเครือข่าย เพื่อให้สามารถเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยการส่งข้อความ ปลอม ๆ อาศัยการปลอม IP address ของเครื่องนั้น
4. Sniffer คือ เป็นโปรแกรมซึ่งทำหน้าที่ดักจับแพ็กเกตในเครือข่าย โปรแกรมสนิฟเฟอร์จะถอดข้อมูลในแพ็กเกตและ เก็บบันทึกไว้ให้ผู้ติดตั้งนำไปใช้งาน Sniffer จึงเป็นโปรแกรมหนึ่งที่แฮกเกอร์นิยมใช้เมื่อเจาะเข้า ไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาย เพื่อใช้ดักจับ
5. Cookies คือ ไฟล์ ที่ทาง website ต่าง ๆ สร้างขึ้นมาในเครื่อง Computer ของผู้เรียกชมเว็บไซต์โดยคุกกี้จะมีวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูล ตรวจสอบ จากผู้ที่เรียกใช้งานเว็บไซต์นั้น
6. Threat ภัยคุกคามหรือสิ่งที่ละเมิดระบบรักษาความปลอดภัย และอาจก่อให้เกิดผลกระทบซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบ
7. Computer Graphics Interface คือ มักใช้คำย่อว่า CGI เป็นซอฟแวร์มาตรฐานชนิดหนึ่ง ซึ่งนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางกราฟฟิก เช่น เครื่องพิมพ์ (printer) และพล็อตเตอร์ (plotter) เป็นต้น
8. buffer คือ ส่วนหนึ่งของหน่วยความจำที่ใช้สำหรับพักข้อมูลเป็นการชั่วคราวในระหว่างทำ การถ่ายทอด หรือส่งผ่านข้อมูล เครื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์บางชนิดจะมี buffer ของตนเอง เช่น เครื่องพิมพ์ (printer) เป็นต้น
9. Ethical hacker ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน security ผู้ซึ่งใช้ทักษะในการ hacking เพื่อจุดประสงค์ ในการป้องกันระบบ
10. Cracker ผู้ที่ใช้ทักษะในการ hacking เพื่อจุดประสงค์ ในการบุกรุกทำลายระบบ และรวมทั้งการลักลอบขโมยข้อมูลของบุคคลอื่น

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2555

  คำศัพท์เกี่ยวกับ Computer Security  (((ครั้งที่1)))
1. RISK Management หมายถึง โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด หรือ ความเสี่ยง คือ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นและมีผลต่อการบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ความเสี่ยงนี้จะถูกวัดด้วยผลกระทบที่ได้รับและความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หรือ โอกาสหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่จะทำให้เราไม่บรรลุวัตถุประสงค์ภาษาง่าย ๆ ความเสี่ยง คือ สิ่งต่าง ๆที่อาจกีดกันองค์กรจากการบรรลุวัตถุประสงค์/เป้าหมาย
2. Confidentiality คือการรักษาความลับของข้อมูลเพื่อไม่ให้ผู้ไม่มีสิทธิ์ในการใช้งานสามารถใช้ข้อมูลนั้นได้
3. Information Security การรักษาความปลอดภัยโดยการใช้นโยบายหรือระเบียบปฏิบัติ
4. Hacking การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการพยายามที่จะใช้อุบายหรือข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าสู่ระบบข้อมูลและเครือข่าย
5. Network Security   การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย: การปกป้องเครือข่ายและบริการต่างๆของเครือข่ายจากการเปลี่ยนแปลง, ทำลาย, หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ความรับรองว่าเครือข่ายจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญได้อย่างถูก ต้องโดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายรวมถึงการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data Integrity)
6. Intrusion Prevention System ระบบที่คอยตรวจจับการบุกรุกของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงข้อมูลจำพวกไวรัสด้วย โดยสามารถทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้าออกภายในเครือข่ายว่า มีลักษณะการทำงานที่เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบเครือข่ายหรือไม่ โดยระบบ IDS นี้ จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ
7. Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN - Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งเชื่อมเครือข่ายในแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยอาศัย Internet เป็นตัวกลาง มีการทำ Tunneling หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูล มีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ Private Network
8. Backup คือ การสำรองข้อมูล เป็นกิจกรรมคัดลอกไฟล์และฐานข้อมูล ดังนั้นพวกเขาจะป้องกันในกรณีของอุปกรณ์ล้มเหลวหรือภัยอื่น โดยทั่วไป การสำรองข้อมูลเป็นงานปกติของปฏิบัติการของข้อมูลขนาดใหญ่กับเครื่องเมนเฟรม และผู้บริหารระบบของคอมพิวเตอร์ธุรกิจขนาดเล็ก สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การสำรองข้อมูลมีความจำเป็นเช่นกัน แต่มักถูกละเลย การดึงไฟล์ที่การสำรองไว้ เรียกว่าการฟื้นฟู (restore)
9. Antivirus-Gateway เป็นบริการตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัด ไวรัส ที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ ของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น Email ขาออก หรือ Email ขาเข้า โดยปกติแล้วใน องค์กรหนึ่ง ๆ นั้น จะมีการติดตั้ง โปรแกรม Antivirus ให้กับเครื่องของผู้ใช้งาน (Client) ในทุก ๆ เครื่อง เพื่อป้องกัน ไวรัส ที่อาจจะมาจากที่ต่าง ๆ ซึ่งหากผู้ใช้งานลืม Update Antivirus ก็จะทำให้ ไวรัส สามารถแพร่กระจาย ไปในองค์กร ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ไวรัสที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ แต่ระบบ Antivirus-Gateway นั้น เปรียบเสมือนด่านหน้า ที่คอยตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัดไวรัส ต่าง ๆ ที่จะผ่านเข้ามา ในองค์กรของเรา ทำให้ Email ที่ผ่านการตรวจสอบจาก Antivirus-Gateway แล้วนั้นปลอดภัย ถึงแม้ว่า ผู้ใช้ในองค์กร จะลืมทำการ โปรแกรม Update Antivirus ก็ไม่ต้องกังวล เรื่องความปลอดภัย ของอีเมล์ที่เข้ามา
10. Personal Firewall คือ ซอฟแวร์ที่ใช้เพื่อควบคุมการเข้า-ออก หรือควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในองค์กรเดียวกัน หรือภายนอก และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น นอกจากโปรแกรม Anti-Virus ที่จำเป็นต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว Personal Firewall ก็มีความจำเป็นไม่น้อยไปกว่าโปรแกรม Anti-Virus เลย ดังนั้นการใช้งานโปรแกรม ดังกล่าวจึงควรใช้งานควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในสถานะปลอดภัยและจะไม่ถูกคุกคามจากผู้ที่ประสงค์ร้ายทั้งหลาย




วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

แบบทดสอบก่อนเรียน

ข้อ 1. ให้นักศึกษาเข้าไปสมัครใช้งาน Bloger.com,Wordpress.com,Gotoknow.org หรืออื่นๆ
http://wanaleesodsee2.blogspot.com/

ข้อ 2. ให้นักศึกษายกตัวอย่าง Malware มา 5 ชนิด พร้อมกล่าวถึงรายละเอียดพร้อมวิธิป้องกันและแก้ไข
มัลแวร์ (Malware) ย่อมาจากคำว่า Malicious ware ซึ่งจะใช้แทนโปรแกรมประสงค์ร้ายต่างๆ โดยทำงานในลักษณะที่เป็นไวรัส ทั้งประเภทเวิร์ม (Worm) หรือหนอนอินเทอร์เน็ต และพวกม้าโทรจัน (Trojan Horse) การแอบดักจับข้อมูล (Spyware) และ (Key Logger) บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งาน ตลอดจนโปรแกรมประเภทขโมยข้อมูล (Cookie) และการฝัง Malicious Mobile Code (MMC) ผ่านทางช่องโหว่ของโปรแกรม Internet Explorer (IE Vulnerability) ที่เกิดขึ้น โดยโปรแกรมจะทำการควบคุมการทำงานโปรแกรม Internet Explorer ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ที่ไม่หวังดี เช่น การแสดงโฆษณาในลักษณะของการ Pop-Up หน้าต่างโฆษณาออกมาเป็นระยะ เราเรียกโปรแกรมประเภทนี้ว่า แอ็ดแวร์ (Adware) ซึ่งภัยเหล่านี้ในปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจจะเกิดผลกระทบแก่ผู้ใช้งานได้ ถ้ารับโปรแกรมเหล่านี้เข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์
โทรจันฮอร์ส

โทรจันฮอร์ส (Trojun Horse) คือ โปรแกรมที่ดูเหมือนจะมีประโยชน์หรือไม่เป็นอันตราย แต่ในตัวโปรแกรมจะแฝงโค้ดสำหรับการใช้ประโยชน์หรือทำลายระบบที่รันโดยโปรแกรมนี้ส่วนใหญ่จะถูกแนบมากับ E-mail และเมื่อดูเผินๆ ก็เป็นโปรแกรมอรรถประโยชน์ทั่วๆไป แต่จริงๆ แล้วข้างในจะแฝงส่วนที่เป็นอันตรายต่อระบบเมื่อรันโปรแกรมนี้
โทรจันมักซ่อนมาพร้อมกับซอฟท์แวร์หรือไฟล์ที่ผู้ใช้ตั้งใจดาวน์โหลดหรือติดตั้ง โทรจันมักแฝงมาพร้อมกับ

•การดาวน์โหลดภาพยนตร์หรือซอฟท์แวอร์แบบเพื่อนถึงเพื่อน (Peer-to-Peer) ทางอินเทอร์เน็ต
•ซอฟท์แวร์ผิดกฎหมาย
•ไฟล์ที่มากับอีเมล์ที่เราไม่รู้จักผู้ส่ง
•ไฟล์ที่ส่งผ่านบริการข้อความออนไลน์หรือบริการพูดคุยผ่านอินเทอร์เน็ต
โทรจันช่วยให้แฮกเกอร์เข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นผ่านระบบทางไกลและ
•ขโมยข้อมูลจากไฟล์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ (เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลบัตรเครดิต)
•ดาวน์โหลดหรืออัพโหลดไฟล์ที่เป็นอันตรายอื่นๆ สู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
•แก้ไขและลบไฟล์
•บันทึกการใช้งานคีย์บอร์ด (เช่น บันทึกการกดปุ่มบนคีย์บอร์ดทั้งหมด จากนั้นจึงค้นหาข้อมูลประเภทพาสเวิร์ดของบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต)
•ช่วยให้แฮกเกอร์มองเห็นหน้าจอของบุคคลอื่น ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงรหัสผ่านและชื่อผู้ใช้งาน ผ่านทางการใส่รหัสผ่านแบบคลิก
•ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้
•ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งในการส่งข้อมูลโฆษณาอัตโนมัติ (Automated Spamming Campaign) หรือลงทะเบียนที่เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย (จึงไม่สามารถแกะรอยแฮกเกอร์ได้)

หนอนคอมพิวเตอร์หรือเวิร์ม



หนอนคอมพิวเตอร์หรือเวิร์ม(Worm) คุณสมบัติพิเศษของเวิร์ม คือ สามารถแพร่กระจายตัวของมันเองได้โดยอัตโนมัติและไม่ต้องอาศัยโปรแกรมอื่นในการแพร่กระจายไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ผ่านทางเครือข่าย เวิร์ม สามารถทำอันตรายให้กับระบบ เวิร์มบางประเภทสามารถแพร่กระจายตัวเองโดยที่ไม่ต้องอาศัยการช่วยเหลือจากผู้ใช้เลย หรือบางตัวก็อาจแพร่กระจายเมื่อผู้ใช้รันโปรแกรมบางโปรแกรม นอกจากความสามารถในการแพร่กระจายด้วยตัวเองแล้ว เวิร์มยังสามารถทำลายระบบได้อีกด้วย
ไวรัส




ไวรัส(Virus) ไวรัสเป็นโปรแกรมที่สามารถติดต่อจากอีกไฟล์หนึ่งไปยังอีกไฟล์หนึ่งภายในระบบเดียวกัน หรือจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องอื่นโดยการแนบตัวเองไปกับโปรแกรมอื่น เมื่อผู้ใช้ส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายหรืออินเทอร์เน็ต หรือไปกับซีดี ดีวีดี หรือ อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ USB เป็นต้น  มันสามารถทำลายฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ และข้อมูล เมื่อโฮสต์รันโปรแกรมที่ติดไวรัส ส่วนที่เป็นไวรัสก็จะถูกรันด้วยและทำให้แพร่กระจายไปยังเครื่องอื่นหรือบางทีก็สร้างโค้ดใหม่
สปายแวร์


สปายแวร์ (Spyware) คือ ซอฟท์แวร์ที่การแอบดักจับข้อมูล อาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลลับอื่น ๆ โดยเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เมื่อติดตั้งโปรแกรมใหม่ (ส่วนมากจะดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต) สปายแวร์จะแอบขโมยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้ และสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงหรือมีปัญหาจนใช้งานไม่ได้ โปรแกรมเหล่านี้มักเปลี่ยนหน้าโฮมเพจหรือหน้าค้นหาข้อมูลของเว็บบราวเซอร์ด้วย
รูทคิท



รูทคิท (Rootkits)คือ เป็นแบบการโจมตีแบบพิเศษที่สามารถซ่อนตัวในโปรแกรมหลัก (root) ในระบบที่ติดไวรัส ซึ่งผัดและระบบไม่สามารถเห็นได้ จึงทำให้ไม่สามารถตรวจจับได้(ซึ่งทางNod32 เรียกว่า Stealth Threat Technology)

 
ข้อ 3. นักศึกษากล่าวถึงโปรแกรม Anti Malware มาอย่างน้อย 5 ชนิด


Malwarebytes Anti-Malware เป็นโปรแกรมกำจัดมัลแวร์ฟรีที่หลายคนยกให้เป็นโปรแกรมอันดับหนึ่งในด้านนี้ โปรแกรมมีความสามารถในการกำจัดโปรแกรมอันตรายที่ทำงานเหมือนมัลแวร์ ซึ่งก็รวมทั้ง โปรแกรมประเภทสปายแวร์, แอดแวร์, รูทคิท, โทจัน เป็นต้น โปรแกรมจะทำการสแกนเครื่องของเราเพื่อตรวจสอบว่ามีโปรแกรมเหล่านี้อยู่หรือไม่และรายงานผล ซึ่งเราสามารถเลือกกำจัดบางตัวหรือทั้งหมดก็ได้ โปรแกรมสามารถทำการถอนรากถอนโค่นได้อย่างไม่เหลือร่องรอย สำหรับการอัพเดทครั้งนี้ก็มีการเพิ่มความสามารถใหม่อย่างเทคโนโลยี Chameleon ที่จะทำให้โปรแกรมยังสามารถทำงานได้ตามปกติถึงแม้เครื่องของเราจะติดไวรัสอยู่ก็ตาม นอกนั้นก็จะเป็นการปรับปรุงการทำงานทั่วไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาและกำจัดมัลแวร์
1. โปรแกรม Malwarebytes Anti-Malware 1.60.1
Malwarebytes Anti-Malware เป็นโปรแกรมตรวจจับและกำจัดมัลแวร์ (malware) สปายแวร์ (spyware) และโทรจัน (trojan) ที่มีความสามารถตรวจจับมัลแวร์เหล่านี้ได้ดีกว่าโปรแกรม anti-virus ทั่วไป เนื่องโปรแกรมถูกออกแบบมาโดยเฉพาะด้าน และมีการอัพเดทฐานข้อมูลมัลแวร์เหล่านี้ realtime
2. โปรแกรม Malwarebytes Anti-Malware 1.46
Malwarebytes Anti - Malware เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ freeware antimalware Malware ที่รวดเร็วค่อนข้างรวดเร็วด้วยการสแกนประมาณ 8 นาทีก็มีโปรแกรมฃอื่นที่ใช้ เครื่องมือ heuristics พิสูจน์ในคอมพิวเตอร์หลายเครื่องในระหว่างการทดสอบเชิงประจักษ์ว่าเป็นความสามารถในการระบุความแตกต่างระหว่างบวกเท็จและผลบล
3. โปรแกรม Malwarebytes Anti-Malware 1.41
Malwarebytes Anti-Malware 1.41 หลายครั้งคุณมักจะประสบปัญหาเรื่อง Spyware เข้่ามารบกวนการทำงานของท่านอยู่เรื่อย โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมเฉพาะทางสำหรับการจัดการกับ Spyware, Malware ต่าง ๆ เพียงติดตั้งตัวโปรแกรม แล้วทำการ Scan ข้อมูลในเครื่องเพื่อตรวจหา โปรแกรมจะสามารถตรวจจับ Spyware, Malware ที่คิดว่าเป็นอุปสรรคและอันตรายต่อการใช้งานของท่านและจัดการลบทิ้งออกไป ทันที
4. โปรแกรม Malwarebytes Anti-Malware 1.50.1
Malwarebytes Anti-Malware เป็นโปรแกรมตรวจจับและกำจัดมัลแวร์ (malware) สปายแวร์ (spyware) และโทรจัน (trojan) ที่มีความสามารถตรวจจับมัลแวร์เหล่านี้ได้ดีกว่าโปรแกรม anti-virus ทั่วไป เนื่องโปรแกรมถูกออกแบบมาโดยเฉพาะด้าน และมีการอัพเดทฐานข้อมูลมัลแวร์เหล่านี้ realtime
5. โปรแกรม Malwarebytes Anti-Malware 1.37Malwarebytes Anti-Malware หลายครั้งคุณมักจะประสบปัญหาเรื่อง Spyware เข้่ามารบกวนการทำงานของท่านอยู่เรื่อย โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมเฉพาะทางสำหรับการจัดการกับ Spyware, Malware ต่าง ๆ เพียงติดตั้งตัวโปรแกรม แล้วทำการ Scan ข้อมูลในเครื่องเพื่อตรวจหา โปรแกรมจะสามารถตรวจจับ Spyware, Malware ที่คิดว่าเป็นอุปสรรคและอันตรายต่อการใช้งานของท่านและจัดการลบทิ้งออกไป ทันที

ข้อ 4. ให้นักศึกษา ยกตัวอย่างกฎหมายเกี่ยวกับกระทำผิดด้านคอมพิวเตอร์มา 3 ข้อ





     - ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
    - ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทําขึ้นเป็นการเฉพาะ ถ้านํามาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
    - ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ